เก็บประวัติสุขภาพสัตว์เลี้ยงยังไงไม่ให้หาย เปลี่ยนคลินิกก็ไม่ต้องเริ่มใหม่
ข้อมูลอะไรบ้างที่ควรเก็บไว้ ทำไมสมุดวัคซีนเล่มเดียวไม่พอ และวิธีพกประวัติน้องติดตัวไปได้ทุกร้าน
ลองนึกถึงตอนที่น้องป่วยกลางดึก แล้วต้องพาไปโรงพยาบาลสัตว์ที่ไม่เคยไปมาก่อน สัตวแพทย์จะถามว่าน้องแพ้ยาอะไรไหม ฉีดวัคซีนครั้งล่าสุดเมื่อไร และกินยาอะไรอยู่บ้าง เจ้าของหลายคนตอบได้ไม่ครบ เพราะข้อมูลกระจายอยู่ตามคลินิก ใบเสร็จ และความจำ
ข้อมูลที่ควรมีติดตัวเสมอ
- ประวัติวัคซีน: ฉีดตัวไหน วันที่เท่าไร และนัดกระตุ้นครั้งต่อไป
- ยาที่แพ้และอาหารที่แพ้
- โรคประจำตัวและยาที่กินประจำ พร้อมขนาดยา
- การผ่าตัดที่ผ่านมา เช่น ทำหมัน
- เลขไมโครชิป
- น้ำหนักตัวล่าสุด ยาหลายตัวต้องคำนวณตามน้ำหนัก
- ชื่อและเบอร์ของสัตวแพทย์ประจำตัว
ทำไมสมุดวัคซีนเล่มเดียวไม่พอ
- หายง่าย โดยเฉพาะตอนย้ายบ้าน
- ไม่ได้พกติดตัวตอนเกิดเหตุฉุกเฉิน
- ไม่มีบันทึกการใช้บริการอื่น อย่างร้านอาบน้ำหรือที่พักที่เคยบอกว่าน้องมีอาการแพ้
- ถ้ามีคนในบ้านหลายคนช่วยกันเลี้ยง ข้อมูลก็จะอยู่กับคนใดคนหนึ่งเท่านั้น
ผลเสียของการไม่มีประวัติ
เมื่อสัตวแพทย์ไม่แน่ใจว่าน้องได้วัคซีนครบหรือเปล่า ทางที่ปลอดภัยกว่าคือฉีดใหม่ ซึ่งเสียทั้งเงินและเพิ่มภาระให้ร่างกายน้องโดยไม่จำเป็น ส่วนการไม่รู้ประวัติแพ้ยาในเหตุฉุกเฉินนั้นเสี่ยงยิ่งกว่า
สมุดพกน้องบน Buddystory
บน Buddystory น้องแต่ละตัวมีสมุดพกของตัวเอง เก็บข้อมูลประจำตัว เลขไมโครชิป ประวัติวัคซีน และบันทึกการใช้บริการไว้ที่เดียว
- เปิดดูได้จากโทรศัพท์ทุกที่ หรือเข้าผ่าน LINE ก็ได้
- ร้านและคลินิกที่ใช้ Buddystory บันทึกการให้บริการเข้ามาในประวัติของน้องได้โดยตรง
- ไปร้านหรือคลินิกใหม่ ก็สร้างลิงก์แชร์สมุดพกให้ดูได้ และยกเลิกลิงก์ได้เมื่อไม่ต้องการแล้ว
- สมัครด้วย LINE หรืออีเมล แล้วเพิ่มน้องได้ทันที
เริ่มจากเพิ่มข้อมูลเท่าที่มีอยู่ตอนนี้ก่อนก็ได้ ไม่ต้องรอให้ครบ ข้อมูลที่บันทึกไว้บางส่วนดีกว่าไม่มีเลย
บทความนี้มีประโยชน์ไหม · แชร์ให้คนที่กำลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่